บล็อกนี้ได้จัดทำให้เพื่อใช้ในการเรียนการสอนรายวิชา อินเตอร์เน็ตและการสื่อสารในชีวิตประจำวัน ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม

วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2554

3 สูตรพอกหน้าด้วยมะละกอ

สูตรพอกหน้าด้วยมะละกอ "หน้าสวย เนียนใส"วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆ เกี่ยวกับการดูแลผิวพรรณมาบอกคุณสาวๆ ด้วยสูตรพอกหน้าด้วยมะละกอ มะละกอสุกนอกจากจะเป็นผลไม้ที่ที่อร่อยแล้ว ก็อย่างที่เรารู้ๆ กันดีว่ามะละกอสุกยังมีสรรพคุณเยอะแยอะมามาย เช่น เป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยย่อยอาหาร สำหรับใครที่ชอบรับประทานมะละกาสุกถือว่าเป็นเรื่องดีมากๆ เพราะจะช่วยให้ท้องไม่ผูก แต่ประโยชน์ของมะละกอยังไม่หมดนะค่ะ สำหรับใครที่กำลังหาสูตรพอกหน้าธรรมชาติแบบดีๆ วันนี้เราได้นำเอา สูตรพอกหน้าด้วยมะละกอ มาบอกให้ได้รู้กันค่ะ สำหรับ สูตรพอกหน้าด้วยมะละกอ นี้เป็นวิธีทางธรรมชาติที่นอกจากจะทำให้คุณมีผิวหน้าที่สวยเนียนใสแถมปลอดภัยแล้ว สูตรพอกหน้าด้วยมะละกอ ยังเป็นวิธีการดูแลผิวที่สุกแสนจะประหยัดมากๆ ว่าแล้วเราก็เข้าไปทำสวยแบบประหยัดกับสูตรพอกหน้าด้วยมะละกอกันเลยดีกว่าค่ะ รับรองว่าคุณจะมีผิวหน้าที่สวยเนียใสสมดั่งใจชัวร์ค่ะ


สูตรพอกหน้าด้วยมะละกอ


3 สูตรพอกหน้าด้วยมะละกอ

1. มาส์กมะละกอสุกล้วน สูตรนี้ใช้ผลมะละกอสุกอย่างเดียวเลยค่ะมีวิตามินซีและอีสูงมากจึงช่วยขัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม แค่นำเนื้อมะละกอสุกมาปั่นให้ละเอียดแล้วพอกหน้า โดยเว้นรอบดวงตาทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นจะรู้สึกผิวหน้าเต่งตึงและสดชื่นขึ้นเลยค่ะ

2. มาส์กมะละกอสุกกับข้าวโอ๊ต สูตรนี้ใช้ขัดผิวได้ดีเลยค่ะ โดยใช้มะละกอสุก 1 ผล ผสมกับข้าวโอ๊ต 3 ช้อนโต๊ะ ไข่ขาวดิบ 1 ฟอง และน้ำมะนาว 1 ลูก ปั่นรวมกัน จากนั้นนำมาพอกหน้าโดยเว้นรอบดวงตาทิ้งไว้ 15-20 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น

3. มาส์กมะละกอกับน้ำผึ้ง สูตรนี้ช่วยลดกระฝ้าได้ดีแค่นำมะละกอสุกประมาณ 1 ผล ผสม น้ำผึ้ง 1 ถ้วยตวง และอัลมอนด์อีก 1/2 ถ้วยตวง ปั่นรวมกันจนละเอียด จากนั้นนำมาพอกหน้าโดยเว้นรอบดวงตา ทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นค่ะ

สูตรพอกหน้าด้วยมะขามเปียก

สูตรพอกหน้าด้วยมะขามเปียก "ผิวขาว ผิวสวย เรียบเนียน"สาวๆ คนไหนที่กำลังมองหาสูตรพอกหน้าดีๆ ปลอดภัยและประหยัดวันนี้เรามีสูตรพอกหน้าด้วยมะขามเปียกมาบอกกันค่ะ มะขามเปียกนี้มีเป็นสมุนไพรไทยที่มีประโยชน์มากจริงๆ เอาที่เรารู้กันก็คือ นำมาใส่อาหารก็จะช่วยให้มีรสชาติเปรี้ยวๆ หวานกลมกล่อน และยังกินเป็นยาระบายได้ดีอีกด้วย ยังไม่หมดเท่านี้นะค่ะเพราะว่าวันนี้เราได้นำเอาประโยชน์ของมะขามเปียกที่รับรองได้เลยว่าสาวๆ ทั้งหลายจะต้องกดไลค์อย่างแน่นอนกับ สูตรพอกหน้าด้วยมะขามเปียก สำหรับ สูตรพอกหน้าด้วยมะขามเปียก นี้เป็นวิธีทางธรรมชาตที่ปลอดภัยต่อใบหน้าเพราะว่าไร้สารเคมี และที่สำคัญยังเป็นสูตรพอกหน้าที่ทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเองแถมยังประหยัดอีกต่างหาก ถ้าอย่างนั้นเราอย่ารอช้าเลยนะค่ะ เราเข้าไปดูวิธีทำสวยด้วย สูตรพอกหน้าด้วยมะขามเปียก กันเลยดีกว่านะค่ะ รับรองว่าคุณสาวๆ ทั้งหลายจะสามารถสวยได้ในแบบที่ประหยัดจนใครๆ ที่ได้รู้ต้องอิจฉาคุณกันเป็นแถวๆ เลยค่ะ


สูตรพอกหน้าด้วยมะขามเปียก


สูตรพอกหน้าด้วยมะขามเปียก


ส่วนผสม มะนาวเปียก 1 ก้อน ดินสอพอง 2-3 เม็ด

วิธีทำ นำมาขยี้รวมกันจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน นำมาพอหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างสะอาดผิวหน้าก็จะขาวสดใส เต่งตึง เรียบเนียนขึ้น

ส่งเสริมสุขภาพผิวสวย น้ำมันเมล็ดชา

น้ำมันเมล็ดชา ส่งเสริมสุขภาพผิวสวยน้ำมันเมล็ดชาส่งเสริมสุขภาพผิวสวยได้นะ วันนี้เราจึงพาคุณผู้หญิงมาทำความรู้จักกับ น้ำมันเมล็ดชา ที่จะคืนความเปล่งปลั่งสดใสให้กับผิวพรรณของคุณ และนอกจากนี้ น้ำมันเมล็ดชา ยังมีประโยชน์และวิตตามินมากมายที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพของคุณให้แข็งแรงอีกด้วยค่ะ นับได้ว่า น้ำมันเมล็ดชา มีประโยชน์มากมายจริง ๆ ค่ะ เรารู้ว่าคุณคงจะอยากรู้กันแล้วใช่ไหมค่ะว่า น้ำมันเมล็ดชาจะช่วยให้คุณมีผิวสวยสุขภาพดีได้อย่างไรเราก็มาดูกันเลยค่ะ




น้ำมันเมล็ดชา


น้ำมันเมล็ดชา


ไม่ว่าจะเป็นเพศหรือวัยใดก็ตามโดยเฉพาะผู้หญิงและต้องหมั่นดูแลตัวเองจะต้องตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ทั้งนี้สิ่งที่จะช่วยให้สุขภาพดีนั่นคือ "อาหาร" และส่วนประกอบหลักของอาหารคือ "น้ำมัน" ดังนั้นจึงควรพิจารณาถึงคุณประโยชน์ที่เลือกใช้ด้วย เพราะน้ำมันบางชนิดสามารถเสริมให้คุณมีทั้งสุขภาพดีและความสวยงามได้ด้วย ดังเช่น "น้ำมันเมล็ดชา"

"น้ำมันเมล็ดชา" สกัดจากเมล็ดของต้นชาคามิลเลีย โอลิเฟรา (Camellia Oleifera) มีถิ่นกำเนิดทางตอนเหนือของจีนและชาวหูหนานมีการใช้มานานกว่า 1,000 ปี

คนจีนสมัยโบราณใช้น้ำมันเมล็ดชาถนอมผิวทั้งหน้า ตัว และเส้นผม เราจึงเห็นสาวจีนมีผิวดีแก้มงามราวกับลูกพีช ผมดำขลับ เล็บโค้งเงางาม

จากการวิจัยพบว่า "น้ำมันเมล็ดชา" มีคุณค่าทางโภชนาการสูงเทียบได้กับน้ำมันมะกอกจนได้รับสมญาว่า เป็นน้ำมันมะกอกแห่งทวีปเอเชีย "น้ำมันเมล็ดชา" ประกอบด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่จำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นเองได้ ไม่ว่าจะเป็น โอเมก้า 3 (กรดไลโนเลนิก) โอเมก้า 6 (ไลโนเล อิก) และโอเมก้า 9 (กรดโอเลอิก) สูงถึง 88% ไม่มีกรดไขมันทรานซ์มีคุณสมบัติช่วยส่งเสริมสุขภาพเป็นประโยชน์ต่อร่างกายเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันช่วยลดความเสี่ยงของโรคต่าง ๆ เช่น หัวใจ หลอดเลือด มะเร็ง และเบาหวาน เป็นต้น

"น้ำมันเมล็ดชา" ยังเหมาะสำหรับผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ สามารถนำมาประกอบอาหาร เช่น ผัด ทอด หมัก หรือ ทำน้ำสลัด เป็นต้น

นอกจากนั้น "น้ำมันเมล็ดชา" ยังมีวิตามินเอ บี ดี อี และแร่ธาตุจึงเป็นสารประกอบหลักที่ทำให้ผิวสวย สุขภาพดี อ่อนนุ่ม ชุ่มชื้น และช่วยบำรุงเส้นผมด้วย มีการนำมาเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางชั้นดีที่แพร่หลายในหลายประเทศ โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น เช่น โลชั่น แชมพู ครีมนวด เป็นต้น

"น้ำมันเมล็ดชา" จึงจัดเป็นน้ำมันคุณภาพที่นำมาใช้ในการบริโภคเพราะมีคุณสมบัติพิเศษที่ดีต่อสุขภาพกาย และยังมีการนำไปใช้เพื่อสุขภาพผิวคาดว่าในอนาคตน้ำมันเมล็ดชาจะเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศของเราทีเดียว

วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2554

เครื่องดื่มลดหน้าท้อง "หน้าท้องสวย หน้าท้องแบนเรียบ"

          วันนี้เรามีเครื่องดื่มลดหน้าท้องมาแนะนำให้คุณสาวๆ ทั้งหลายได้รับรู้กันค่ะ การมีหน้าท้องที่แบบราบไร้ไขมันมาเกาะตรงพุงคือจุดประสงค์ที่สร้างความมั่นใจอย่างที่สุดให้กับผู้หญิงทุกคนได้เป็นอย่างดี แต่ก็อย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าการลดไขมันหน้าท้องไม่ใช่เรื่องยากแต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยสักนิด และนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องน่าเครียดที่คุณสาวๆ ทั้งหลายถึงกับยอมกันเลยทีเดียว แต่ว่าวันนี้ปัญหาที่น่าหนักอกหนักใจของคณสาวๆ ทั้งหลายจะหายไปเพราะว่าวันนี้เรามีเครื่องดื่มลดหน้าท้องมาช่วยสลายไขมันที่เกาะตรงพุงที่ไม่พึงประสงค์สำหรับสาวๆ หลายๆ คนค่ะ งง...งง...หล่ะสิค่ะว่า เครื่องดื่มลดหน้าท้องเพียงแค่นี้จะสามารถช่วยลดหน้าท้องและกำจัดไขมันหน้าท้องได้จริงหรอ ขนาดหาวิธีสารพัดมาลองทำก็ยังทำไม่ได้ผลแล้วเครื่องดื่มลดหน้าท้องนี้จะได้ผลจริงๆ หรอ ถ้าอย่างนั้นเราลองไปรู้จักสรรพคุณของเครื่องดื่มลดหน้าท้องกันเลยดีกว่านะค่ะว่าเป็นอย่างไรแล้วจะได้ผลสมใจคุณมั้ยงั้นเราก็เข้าไปลองดูกันได้เลยค่ะ
 

6 เครื่องดื่มลดหน้าท้อง

1. ชามินต์ใส่น้ำแข็ง
 รสเย็นของมิ้นต์จะช่วยให้คุณรู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก มิ้นต์ช่วยให้ระบบย่อยอาหารของเราย่อยสลายไขมัน แม้แต่อาหารไขมันสูงอย่างเบอร์เกอร์หรือสเต็กก็จะถูกย่อยอย่างรวดเร็วและลดอาการท้องอืดได้ด้วย

 2. ชาเขียว
 นอกจากลดความเสี่ยงเป็นมะเร็งและโรคหัวใจ ชาเขียวยังมีสารต้านอนุมูลอิสระสุดยอดตัวหนึ่งชื่อว่า “คาเตชิน” ซึ่งช่วยลดไขมันบริเวณหน้าท้อง ถ้าคุณจิบชาเขียวก่อนออกกำลังมันจะช่วยเพิ่มอัตราเผาผลาญในระหว่างออกกำลังกายด้วย

 3. น้ำเปล่าเสริมรส
 การทำให้ร่างกายชุ่มชื้นอยู่เสมอมีความสำคัญมาก หากคุณต้องการจะลดน้ำหนักการดื่มน้ำมากๆ จะช่วยรักษาสมดุลของของเหลวในร่างกาย ช่วยลดอาการบวมน้ำ (ที่เป็นสาเหตุให้ท้องอืดป่องขึ้นมา) และแถมยังช่วยให้คุณรู้สึกอิ่มจึงทำให้กินน้อยลง แต่ถ้าคุณไม่ชอบดื่มน้ำเปล่าลองใส่สมุนไพรสด มะนาว ผลไม้ (หรือแม้แต่แตงกวาฝานก็ช่วยได้) เพื่อช่วยให้คุณดื่มน้ำมากขึ้น
 
 4. เฟลปเป้สับปะรด
 สับปะรดมีสารที่เรียกว่าโบรมีเลนซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ช่วยย่อยโปรตีนทำให้การย่อยอาหารง่ายขึ้นช่วยลดอาการท้องอืด นอกจากนี้การใส่น้ำมันเมล็ดแฟล็กซ์ซึ่งมีไขมันโมเลกุลเดี่ยวไม่อิ่มตัวก็จะช่วยให้หน้าท้องแบนราบได้ด้วย

 5. สมูธตี้แตงโม
 ตราบใดที่คุณไม่ใส่น้ำตาลเพิ่มในสมูธตี้เครื่องดื่มชนิดนี้จะช่วยให้ร่างกายคุณชุ่มชื้นได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะสมูธตี้แตงโมที่มีแคลอรีต่ำเพียง 56 แคลอรีต่อแก้ว ไม่เพียงแต่แตงโมจะมีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่มากมันยังมีสารอาหารมากมายรวมถึงไลโคปีนที่ช่วยต้านมะเร็ง รวมถึงกรดอะมิโน ชื่อว่าอาร์จินีน ซึ่งการศึกษาที่ตีพิมพ์ใน Nutrition ชี้ว่ามันช่วยสร้างมวลกล้ามเนื้อเรียวจึงช่วยให้หน้าท้องของคุณแฟบลงหน่อยนั่นเอง

 6. ดาร์กช็อกโกแลตเชค
 ขัดกับความเชื่อที่ว่ากันว่า ช็อกโกแลตผสมกับนมจะนำมาซึ่งความอ้วน เพราะดาร์กช็อกโกแลตสามารถช่วยให้คุณผอมได้โดยการลดความอยากอาหารอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่แก้วหนึ่งอาจมีถึง 400 แคลอรี คุณอาจจะต้องเตือนใจไว้ว่าช็อกโกแลตเชคถือเป็นมื้ออาหารมากกว่าที่จะเป็นของว่างในวันที่คุณรีบมันจึงเป็นอาหารเช้าที่ดีเชียวล่ะ

วิธีพอกหน้าด้วยขมิ้น "สูตรหน้าใสไร้สิว"

           สาวๆ ที่อยากจะมีใบหน้าที่สวยๆ ผิวหน้าใส ผิวหน้าไร้สิว วันนี้เรามีสูตรวิธีพอกหน้าด้วยขมิ้นมาฝากคุณสาวๆ ทั้งหลายกันค่ะ เชื่อว่าการมีใบหน้าที่สวยใสถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่คิดว่าสาวๆ ทั้งหลายกำลังเกิดความกังวลใจเป็นอย่างมากในตอนนี้เพราะเชื่ออีกว่าสาวๆ ทั้งหลายอยากมีใบหน้าที่สวยใสและไร้สิวกันทุกคนใช่ไหมล่ะค่ะ แต่นับจากนี้ไปสาวๆ ที่อยากจะมีใบหน้าที่สวยใส ไร้สิว วันนี้คุณสาวๆ ไม่ต้องมาคอยกังวลใจอีกต่อไปแล้วค่ะ เพราะว่าวันนี้เรามีวิธีพอกหน้าด้วยขมิ้นมาแนะนำให้ได้รู้กัน สำหรับวิธีพอกหน้าด้วยขมิ้นนี้นะค่ะเป็นวิธีง่ายๆ ทางธรรมชาติที่เชื่อว่าสาวๆ ทั้งหลายจะต้องถูกอกถูกใจกับวิธีนี้อย่างแน่นอนค่ะ นอกจากวิธีพอกหน้าด้วยขมิ้นนี้จะสามารถช่วยให้คุณสาวๆ ทั้งหลายมีผิวหน้าที่สวยสมดังใจแล้วยังเป็นวิธีที่สุดแสนจะประหยัดและปลอดภัย ที่สำคัญวิธีพอกหน้าด้วยขมิ้นนี้ยังเป็นวิธีที่คุณก็สามารถทำได้ด้วยตัวเองอีกด้วยนะค่ะ ถ้าอย่างนั้นก็เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมแล้วเราก็เข้าไปลุยกับวิธีพอกหน้าด้วยขมิ้นที่สวยแบบประหยัดกันเลยดีกว่าค่ะ

 

วิธีพอกหน้าด้วยขมิ้น
 ส่วนผสม ขมิ้นสดเล็กน้อย ดินสองพอง 2-3 เม็ด มะนาว 1 ผล (เอาแต่น้ำ)

 วิธีทำ ล้างขมิ้นสดให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ รวมกับดินสอพองและน้ำมะนาวจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน พอกทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

เตือนภัย! โรคที่มากับรองเท้าส้นสูง


           สำหรับคุณผู้หญิงทั้งหลายรองเท้าส้นสูงถึงว่าเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยเสริมบุคคลิกของคุณสาวๆ ได้เป็นอย่างดี แต่คุณรู้ไหมค่ะว่าโรคที่มากับรองเท้าส้นสูงก็มีเหมือนกันนะค่ะ การที่ผู้หญิงใส่รองเท้าส้นสูงก็อาจจะเนื่องมากจากสถานที่ในการทำงาน ในกลุ่มสังคม หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่การใส่รองเท้าส้นสูงสำหรับสาวๆ นั้นถือว่าเป็นเรื่องปกติไปแล้ว เพราะไม่ว่าคุณจะมีรูปร่าง แบบไหนการใส่รองเท้าส้นสูงก็คือความนิยมสำหรับสาวๆ เสมอ วันนี้เราก็เลยมีเรื่องน่ารู้ๆ เกี่ยวกับ โรคที่มากับรองเท้าส้นสูง หลายๆ คนคงจะไม่อยากเชื่อใช่ไหมหล่ะค่ะว่าการใส่รองเท้าส้นสูงก็เป็นอันตราย ถ้าอย่างนั้นวันนี้เราจะพาคุณสาวๆ ทั้งหลายไปดู โรคที่มากับรองเท้าส้นสูง กันเลยดีกว่านะค่ะ จะได้เป็นอีกหนึ่งความรู้เล็กๆ น้อยๆ เพื่อการดูแลสุขภาพของคุณนะค่ะ ถ้าพร้อมแล้วเราก็ไปุ โรคที่มากับรองเท้าส้นสูง น่ารู้ๆ กันเลยดีกว่าค่ะ


  

 









 3 โรคที่มากับรองเท้าส้นสูง

1. กล้ามเนื้อน่องเอ็นร้อยหวาย
 ในขณะที่สวมใส่รองเท้าส้นสูงคุณสาวๆ ต้องยืนอยู่ในท่าเขย่งซึ่งถ้าร่างกายต้องอยู่ในท่านี้เป็นเวลานานๆ จะทำให้กล้ามเนื้อน่องเอ็นร้อยหวายตึงและหดสั้น สังเกตได้จากอาการปวดน่องบ่อยๆ จากการเดินหรือการเป็นตะคริว



2. โครงสร้างของเท้า
 เมื่อกล้ามเนื้อเอ็นร้อยหวายหดสั้นอยู่บ่อยๆ จะส่งผลเสียต่อโครงสร้างของเท้า เมื่อยืนด้วยเท้าเปล่าจะเห็นว่าเท้าแบนทำให้เกิดอาการปวดที่บริเวณอุ้งเท้าและส้นเท้าจนกลายเป็นปัญหาฝ่าเท้าตามมา



3. กระดูกสันหลัง
 การใส่รองเท้าส้นสูงทำให้ปลายเท้าส่วนหน้าต้องทำหน้าที่รับน้ำหนักของร่างกายไว้เกือบทั้งหมดเพื่อให้สามารถยึดตัวให้ตั้งตรงและทรงตัวได้ ในขณะเดียวกันสรีระของร่างกายก็จะปรับให้อวัยวะส่วนหลัง บริเวณช่วงเอวแอ่นไปด้านหลังส่งผลให้เกิดอาการตึงของกล้ามเนื้อจนถึงขั้นปวดหลังในที่สุด

กลิ่นบำบัดความเครียด "กลิ่นบำบัดอโรมาเทอราปี"

กลิ่นบำบัดความเครียด "กลิ่นบำบัดอโรมาเทอราปี"
กลิ่นบำบัดความเครียดหรือกลิ่นบำบัดอโรมาเทอราปีนั้นเป็นกลิ่นที่จะช่วยให้คุณผู้หญิงรู้สึกสบายอารมณ์มากยิ่ง กลิ่นบำบัดความเครียดหรือกลิ่นบำบัดอโรมาเทอราปีบางชนิดยังช่วยให้คุณผู้หญิงมีจิตใจที่สงบคลายความตรึงเครียดได้เป็นอย่างดีอีกด้วย และวันนี้เราก็มีกลิ่นบำบัดความเครียดหรือกลิ่นบำบัดอโรมาเทอราปีมาแนะนำคุณผู้หญิงหรือใครๆ ที่ต้องการความผ่อนคลายอยากให้จิตใจแจ่มใสและรู้สึกสงบถึงอารมณ์มากยิ่งขึ้น นอกจากคลายความเครียดแล้วในกลิ่นบำบัดความเครียดหรือกลิ่นบำบัดอโรมาเทอราปีนี้ยังมีส่วนช่วยเรื่องการบำบัดจิตใจให้สงบมากยิ่งขึ้นอีกด้วยค่ะ แล้วถ้าหากว่าใครอยากรู้ว่าในกลิ่นบำบัดความเครียดหรือกลิ่นบำบัดอโรมาเทอราปีนี้มีกลิ่นไหนให้ประโยชน์อย่างไรกันบ้างวันนี้เรานำเรื่องกลิ่นบำบัดความเครียดหรือกลิ่นบำบัดอโรมาเทอราปีมาฝากกันด้วย 5 กลิ่นบำบัดความเครียด 5 กลิ่นบำบัดอโรมาเทอราปี เพื่อสุขภาพจิตและผ่อนคลายอารมณ์ได้เป็นอย่างดีมาลองใช้ 5 กลิ่นบำบัดความเครียด 5 กลิ่นบำบัดอโรมาเทอราปี กันดูดีกว่าค่ะ



5 กลิ่นบำบัดความเครียด " 5 กลิ่นบำบัดอโรมาเทอราปี"
1. กลิ่นมินต์
ช่วยให้สดชื่นในยามเช้า เจลอาบน้ำกลิ่นมิ้นต์จะช่วยให้กระปรี่กระเปร่า ขับไล่ความง่วง กลิ่นน้ำมันหอมระเหยของมินต์ช่วยกระตุ้นให้เลือดลมไหลเวียน ช่วยให้ภูมิต้านโรคแข็งแรงและแช่มชื่น นอกจากนี้ ความเย็นของน้ำมันกลิ่นมินต์ ยังช่วยให้จิตใจเบิกบานพร้อมที่จะเริ่มต้นวันใหม่


2. กลิ่นมะนาว
ช่วยให้มีสมาธิ ช่วยให้ห้องทำงานหรือบ้านสดชื่น ลองหยดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นมะนาวในตะเกียง กลิ่นสดชื่นของมะนาวจะช่วยต้านความเครียดในสมอง และกระตุ้นให้มีความคิดสร้างสรรค์ สมองปลอดโปร่ง ทำงานได้เร็วขึ้นและผิดพลาดน้อยลง รับรองว่าบอสของคุณต้องชอบแน่ ๆ

3. กลิ่นส้ม
สำหรับยามบ่ายที่คิดอะไรไม่ออก ความ เครียดสะสมเพราะเวลา 16.00 น. คนส่วนมากจะรู้สึกเหนื่อยอ่อนและง่วงนอน ความเครียดและความว้าวุ่นโจมตี แต่น้ำมันหอมระเหยกลิ่นส้มสามารถช่วยได้ โดยการหยดใส่นิ้วแล้วนวดเบา ๆ ที่ขมับ กลิ่นหวานอุ่น ๆ จะช่วยให้อารมณ์ดีและลดความเครียดจิตใจสงบ มีพลังใหม่ ๆ ในการจัดการกับหน้าที่การงานต่อไป


4. กลิ่นวานิลลา
เมื่อเลิกงานหรือทำงานบ้านเสร็จ เรามักรู้สึกเหนื่อยเพลียและอารมณ์ไม่ดี อะโรมากลิ่นวานิลลา สามารถช่วยให้คุณรู้สึกสุขสงบและช่วยให้อารมณ์แจ่มใส ลองหยดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นวานิลลาสองสามหยด ลงบนผ้าเช็ดหน้าแล้วสูดดมเป็นครั้งคราว หรือวางไว้ข้างตัวระหว่างขับรถกลับบ้าน


5. กลิ่นลาเวนเดอร์
ช่วยให้นอนหลับฝันดี หาก คุณเป็นคนที่นอนหลับยาก ลองให้น้ำมันหอมระเหยกลิ่นลาเวนเดอร์ช่วยสิค่ะ เพราะมันจะช่วยผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ ช่วยให้ความคิดสงบและช่วยให้นอนหลับพักผ่อนได้เต็มที่ ข้อแนะนำก็คือ ใช้น้ำมันหอมระเหยกลิ่นลาเวนเดอร์นวดที่แขนและขาอย่างเบาๆ


วันศุกร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2554

คุณเคยเห็นเห็ดชนิดนี้หรือไม่???


ชื่อวิทยาศาสตร์ : Dictyophora indusiata (Pers.) Fisch.
ชื่อสามัญ : Dancing mushroom, Netted Stinkhorn, Stinkhorn
ชื่ออื่นๆ : เห็ดเยี่ยวงู
วงศ์ : Phallaceae

ลักษณะ : เห็ดร่างแหชนิดนี้มีร่างแหสีขาว ยาวประมาณสามในสี่ของก้านดอก เห็ดชนิดนี้จะบานแค่วันเดียว แล้วจะมีกลิ่นเหม็นเอียนๆ เพื่อล่อแมลง หลังจากนั้นก็จะเฉาตาย ภายในไม่กี่ชั่วโมง
เขตการกระจายพันธุ์ : ในประทศไทยพบทั่วทุกภาค ในประเทศจีนผลิตเป็นการค้า โดยตัดฐานดอกและเยื่อหุ้มดอกออกแล้วตากแห้งใช้เป็นอาหาร เรียกว่า เยื่อไผ่ 
มักขึ้นที่ดินสมบูรณ์หรือที่งูฉี่ไว้








วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2554

Bruno Mars - Just The Way You Are

แอปเปิ้ล ผลไม้เพื่อสุขภาพ (Slim Up)



        แอปเปิ้ลจึงได้ชื่อว่าเป็น "ราชาแห่งผลไม้ลดน้ำหนัก"

กินแอปเปิ้ลวันละ 1 ผล ร่างกายแข็งแรง

แอปเปิ้ลให้สารอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตและวิตามินซีเป็นหลัก ซึ่งปริมาณวิตามินซีจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ช่วงเวลาเก็บเกี่ยว และความสด เนื้อแอปเปิ้ล 100 กรัม มีวิตามินซีประมาณ 6 มิลลิกรัม และให้พลังงานราว 59 แคลอรี ไม่ทำให้อ้วน แต่แอปเปิ้ลก็มีสารอาหารที่มีประโยชน์ชนิดอื่นทดแทน แบบที่เรียกได้ว่าไม่น้อยหน้าผลไม้อื่นแต่อย่างใด

พลังงานที่ได้จากแอปเปิ้ลมีลักษณะพิเศษที่น่าสนใจคือ แอปเปิ้ลจะให้พลังงานค่อนข้างต่ำและค่อยเป็นค่อยไป เพราะแหล่งพลังงานของแอปเปิ้ลคือ น้ำตาลฟรักโทสซึ่งเป็นน้ำตาลที่เปลี่ยนรูปเป็นพลังงานอย่างช้า ๆ ในร่างกายช่วยให้ไม่รู้สึกหิว อิ่มนาน ผลที่ตามมาคือ ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ไม่สูงเร็วเหมือนกินขนมหวาน จึงเหมาะกับคนไข้เบาหวานด้วยเช่นกัน

เปลือกและเนื้อของแอปเปิ้ลมีเส้นใยอาหารที่ชื่อว่า "เพคติน" ที่มีคุณสมบัติพองตัวได้มาก ช่วยเพิ่มกากในทางเดินอาหาร ทำให้อวัยวะในทางเดินอาหารมีการทำงานเป็นปกติ เพิ่มประสิทธิภาพในการขับถ่าย ซึ่งเป็นการช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ และยังช่วยจับคอเลสเตอรอลไม่ให้ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ป้องกันโรคคอเลสเตอรอลในเลือดสูง โรคหัวใจ และความดันโลหิตสูง

นอกจากนี้ แอปเปิ้ลยังอุดมไปด้วยวิตามิน เกลือแร่และสารอาหารที่มีประโยชน์อีกหลายชนิด ทั้งวิตามินเอ บี 1 บี 2 บี 6 ไบโอติน กรดโฟลิก กรดแพนโทเธอนิค เกลือแร่ คลอไรด์ เหล็ก ทองแดง แมกกานีส แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม โซเดียม ซิลิคอน และยังมีกรดอินทรีย์ 2 ชนิด คือ กรดมาลิคและกรดทาร์ทาริก ซึ่งช่วยในการย่อยอาหารจำพวกโปรตีนและไขมัน สารอาหารเหล่านี้ มีประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายด้าน โดยเฉพาะวิตามินซี และสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่พบมากในแอปเปิ้ล จะช่วยป้องกันโรคหัวใจในผู้ที่รับประทานเป็นประจำ

แอปเปิ้ลเขียว หรือแอปเปิ้ลแดง ที่มีประโยชน์มากกว่ากัน

เมื่อวิเคราะห์จากคุณค่าสารอาหารต่าง ๆ เปรียบเทียบระหว่างแอปเปิ้ลเขียวและแอปเปิ้ลแดง พบว่าไม่มีความแตกต่างกันมากนัก แต่สิ่งที่แอปเปิ้ลแดงมีเหนือกว่าเล็กน้อยคือ ปริมาณของสารแอนโทไซยานิน ซึ่งมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มฟลาโวนอยด์นั่นเอง

ดื่มน้ำแอปเปิ้ล ก็ได้ประโยชน์เท่ากินทั้งลูก?

จากที่กล่าวมาแล้วข้างต้น จะพบว่าประโยชน์ของแอปเปิ้ลมาจากองค์ประกอบ 3 ตัวด้วยกันคือ จากเส้นใยอาหาร สารต้านอนุมูลอิสระที่มีมากบริเวณเปลือก และจากน้ำตาลฟรักโทสที่มีมากในเนื้อแอปเปิ้ล ดังนั้นหากต้องการดื่มน้ำแอปเปิ้ล ควรเลือกวิธีการปั่นทั้งผล โดยไม่ต้องปอกเปลือก เพราะหากใช้วิธีคั้นน้ำ จะทำให้ได้เฉพาะน้ำตาลและสารต้านอนุมูลอิสระอีกเล็กน้อย ซึ่งอาจทำให้อ้วนได้มากกว่าเดิม และไม่ได้รับประโยชน์ทั้งหมดจากแอปเปิ้ลอย่างครบถ้วน

กินแอปเปิ้ลอย่างไรให้ได้ประโยชน์
ในแง่โภชนาการ แอปเปิ้ลไม่ใช่ผลไม้ที่มีวิตามินหรือแร่ธาตุในปริมาณสูงมากนัก เมื่อเทียบกับกล้วย ฝรั่งหรือส้ม แต่หากทานแอปเปิ้ลวันละ 2-4 ลูก โดยไม่ปอกเปลือกก็จะได้รับเส้นใยอาหารและสารอาหารต่าง ๆ ในปริมาณที่พอเหมาะ

         




สูตรอาหารลดน้ำหนัก ภายใน 7 วัน

มีบางคนใช้สูตรนี้แล้วสามารถลดได้ถึง 9 กิโลกรัมภายใน 7 วันแต่ก็ตามก็ขึ้นอยู่กับภาวะร่างกายของคนเรา ถ้าหากน้ำหนักมากๆ เกิน 80 กิโลกรัมขึ้นไป หากทำตามสูตรนี้ได้ เชื่อว่าน่าจะลดได้ 9 กิโลแน่ๆ แต่ขึ้นอยู่กับความตั้งใจของเราเท่านั้นเอง

วันที่ 1
มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล
มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 2 ฟอง กับผักต้ม
มื้อเย็น : สเต็กกับสลัดผักน้ำใส และผลไม้

วันที่ 2
มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลกับขนมปังโฮลวีต 1 แผ่น
มื้อกลางวัน : สเต็กหรือเนื้อหมู เนื้อวัวย่างก็ได้ กับสลัดผักเขียวและผลไม้
มื้อเย็น : แฮมแผ่นต้มปริมาณเท่าใดก็ได้

วันที่ 3
มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลกับขนมปังโฮลวีต 2 แผ่น
มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 2 ฟอง และสลัดกับแครอท
มื้อเย็น : แฮมแผ่นต้มปริมาณเท่าใดก็ได้

วันที่ 4
มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลกับขนมปังโฮลวีต 1 แผ่น
มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 1 ฟองกับแครอทต้ม
มื้อเย็น : ผลไม้และโยเกิร์ตรสธรรมชาติ

วันที่ 5
มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล
มื้อกลางวัน : ปลาเผาหรือปลาย่างกับผักต้ม
มื้อเย็น : สเต็ก หรือเนื้อย่างไม่ติดมัน กับสลัดผักสดน้ำใส

วันที่ 6
มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล
มื้อกลางวัน : ไก่ย่างไม่ติดหนัง
มื้อเย็น : ไข่ต้ม 2 ฟอง กับแครอทต้ม

วันที่ 7
มื้อเช้า : กาแฟหรือชาบีบมะนาว แต่ไม่ใส่น้ำตาล
มื้อกลางวัน : ผลไม้อะไรก็ได้ในปริมาณต้องการ
มื้อเย็น : อะไรก็ได้ทุกอย่างที่อยากทาน ไม่จำกัดปริมาณ


วันเสาร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2554

เพลงเก่าๆ ของ lady gaga....eh eh สนุกดีนะ:]]

สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญจังหวัดกาฬสินธุ์


 อนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร ตั้ง อยู่หน้าที่ทำการไปรษณีย์โทรเลข จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นอนุสาวรีย์หล่อด้วยสัมฤทธิ์เท่าตัวจริง ยืนบนแท่นมือขวาถือกาน้ำ มือซ้ายถือดาบอาญาสิทธิ์ ชาวกาฬสินธุ์ทุกหมู่เหล่า ได้สละทรัพย์ก่อสร้าง อนุสาวรีย์เพื่อเป็นการแสดงกตเวทิตาคุณต่อผู้ให้กำเนิดเมืองกาฬสินธุ์








 พิพิธภัณฑ์ของดีจังหวัดกาฬสินธุ์ ตั้งอยู่ที่ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์(หลังเดิม)ได้จัดตั้งขึ้นเพื่อให้เป็นศูนย์รวมของดีเมืองกาฬสินธุ์จัดเป็นห้องบรรยายสรุปห้องเจ้าเมือง ห้องศาสนาห้องเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ห้องวิถีชีวิตความเป็นอยู่ชาวผู้ไทยห้องวิจิตรแพรวา ห้องศึกษาค้นคว้าเรื่องหัตถกรรม ห้องสาธิตจำหน่ายผ้าไหมแพรวา และของที่ระลึกพื้นเมืองโดยเปิดให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจเข้าชมทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30–16.30 น. โทร. 0 4381 1695

 วัดศรีบุญเรือง (วัดเหนือ)
อยู่ ถัดจากวัดกลางเป็นวัดเก่าแก่ในเขตเทศบาลเมือง ซึ่งมีเสมาจำหลักเมืองฟ้าแดดสงยางจำนวนหนึ่งเก็บรักษาไว้ โดยปักไว้รอบพระอุโบสถ หลักเสมาจำหลักที่สวยงามคือหลักที่จำหลักเป็นรูปเทวดาเหาะอยู่เหนือปราสาททำเป็นซุ้มเรือนแก้ว (ศิลปะแบบทวารวดี) ซ้อนกันเป็น 2 ชั้น ล่างสุดมีรูปกษัตริย์ พระมเหสี และพระโอรส




 วัดกลาง ตั้ง อยู่ใกล้กับอนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร วัดกลางเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ภายในวัดมีพระอุโบสถที่สร้างต่อเติมจากพระอุโบสถหลังเก่า เป็นอาคารทรงไทยประดับด้วยช่อฟ้า ใบระกา บานประตูไม้แกะสลักเป็นภาพพุทธประวัติ ส่วนหน้าต่างแกะสลักเป็นชาดกเรื่องต่าง ๆ ด้านหน้าและด้านหลังพระอุโบสถมีทวารบาลปูนปั้น ภายในพระอุโบสถเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพระเวสสันดรชาดก


 สวนสาธารณะกุดน้ำกิน กุด น้ำกิน เป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ อยู่ในตัวมืองกาฬสินธุ์ ห่างจากสถานีขนส่งไปทางทิศตะวันตกไม่ถึง 200 เมตร เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ได้พัฒนาให้เป็นสวนสาธารณะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ออกกำลังกาย และนันทนาการต่างๆ โดยบริเวณโดยรอบของกุดน้ำกินจะมีทางสำหรับวิ่งหรือเดินออกกำลังกาย ผืนดินที่ยื่นเข้าไปจนเกือบคล้ายเกาะ จะสร้างอาคารสำหรับเป็นฟิตเนส บริเวณลานตรงกลางใช้สำหรับซ้อมลีลาศ, เต้นแอโรบิค, รำกระบอง ฯลฯ ส่วนศาลาด้านหลังไว้สำหรับประกอบพิธีต่างๆ



 พิพิธภัณฑ์สิรินธร
ศูนย์วิจัยไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว ซากดึกดำบรรพ์ของไดโนเสาร์ที่ภูกุ้มข้าว อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เริ่มทำการขุดค้นอย่างเป็นระบบ โดยคณะสำรวจไดโนเสาร์จากกรมทรัพยากรธรณี ตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2537 ซึ่ง เป็นแหล่งไดโนเสาร์กินพืชที่สมบูรณ์ที่สุดของประเทศไทย ปัจจุบันเปลี่ยนมาเป็น พิพิธภัณฑ์สิรินธร จังหวัดกาฬสินธุ์




 พุทธสถานภูปอ ตั้ง อยู่ในวัดอินทร์ประทานพร ตำบลภูปอ ห่างจากจังหวัดกาฬสินธุ์ประมาณ 28 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 213 กิโลเมตรที่ 59 แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางบ้านโจด-บ้านนาจารย์-นาคอกควาย ประมาณ 16 กิโลเมตร เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปโบราณปางไสยาสน์ ฝีมือช่างสมัยทวาราวดี จำหลักบนหน้าผา 2 องค์ เป็นที่เคารพบูชาของชาวจังหวัดกาฬสินธุ์และใกล้เคียง




 พุทธสถานภูสิงห์ อยู่ บนยอดเขาภูสิงห์ ห่างจากอำเภอเมืองประมาณ 34 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 227 พุทธสถานภูสิงห์สามารถขึ้นได้ 2 ทาง คือ ทางทิศตะวันตกจะเป็นทางลาดยางคดเคี้ยวขึ้นตามไหล่เขา และทางทิศตะวันออกเป็นทางขึ้นบันได 400 กว่าขั้น พุทธสถานภูสิงห์เป็นที่ประดิษฐานพระพรหมภูมิปาโล ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 10.5 เมตร มีลักษณะงดงาม เป็นสถานที่พักผ่อนที่ร่มรื่นล้อมรอบด้วยธรรมชาติ ทั้งยังมองเห็นทิวทัศน์ของทุ่งนา หมู่บ้านและน้ำในเขื่อนลำปาวอันสวยงามอีกด้วย

    

 วัดพุทธนิมิต (ภูค่าว)
ตั้ง อยู่บ้านนาสีนวล ตำบลสหัสขันธ์ ห่างจากตัวอำเภอ สหัสขันธ์ประมาณ 7 กิโลเมตร ห่างจากภูสิงห์ประมาณ 4 กิโลเมตร เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปไสยาสน์ตะแคงซ้าย ไม่มีเกตุมาลา ความยาวประมาณ 2 เมตร กว้าง 25 ซม. เป็นที่เคารพสักการะของประชาชนทั่วไป ตามประวัติกล่าวว่าพระโมคัลลานะ พระสาวกของพระพุทธเจ้าสร้างขึ้นเมื่อ 2,000 กว่าปีมาแล้ว และทางวัดจะจัดให้มีงานสรงน้ำพระพุทธรูปไสยาสน์ในวันที่ 19 เมษายนของทุกปี




เมืองฟ้าแดดสงยาง

ตั้งอยู่ที่บ้านเสมา ตำบลหนองแปน ห่างจากตัวจังหวัด 19 กิโลเมตร ตามเส้นทางหมายเลข 214 (กาฬสินธุ์-ร้อยเอ็ด) ระยะทาง 13 กิโลเมตร ถึงอำเภอกมลาไสย เลี้ยวขวาตามทางหลวงหมายเลข 2367 ระยะทาง 6 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าซอยอีกประมาณ 400 เมตร เมืองฟ้าแดดสงยางหรือที่เรียกเพี้ยนเป็นฟ้าแดดสูงยาง
      




พระธาตุยาคู
เป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองฟ้าแดดสงยาง ลักษณะเป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมก่อด้วยอิฐปรากฏการก่อสร้าง 3 สมัยด้วยกันคือ ส่วนฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมย่อมุม มีบันไดทางขึ้น 4 ทิศ มีปูนปั้นประดับสร้างในสมัยทวารวดี ถัดขึ้นมาเป็นฐานรูปแปดเหลี่ยมซึ่งสร้างซ้อนทับบนฐานเดิมเป็นรูปแบบเจดีย์ใน สมัยอยุธยา ส่วนองค์ระฆังและส่วนยอดสร้างในสมัยรัตนโกสินทร์ รอบ ๆ องค์พระธาตุพบใบเสมาแกะสลักภาพนูนต่ำเรื่องพุทธประวัติ



 วัดโพธิ์ชัยเสมาราม วัดบ้านก้อม ตั้ง อยู่บ้านเสมาตรงข้ามกับทางเข้าเมืองฟ้าแดดสงยาง เป็นวัดเก่าที่ชาวบ้านได้นำใบเสมาหินที่ขุดพบมารวบรวมไว้จำนวนมาก มีใบเสมาหินขนาดใหญ่ที่อาจถือเป็นเอกลักษณ์ของอีสานเนื่องจากแทบจะไม่พบใน ภาคอื่นเลย ใบเสมาที่พบในเมืองฟ้าแดดสงยางมีความโดดเด่นคือ นิยมแกะสลักภาพเล่าเรื่องราวพุทธประวัติและชาดก มีใบเสมาจำลองหลักที่งดงามและสมบูรณ์ที่สุด


 ศูนย์หัตถกรรมผู้ไทยหนองห้าง
ตั้ง อยู่ที่บ้านหนองห้าง ตำบลหนองห้าง ห่างจากอำเภอกุฉินารายณ์ประมาณ 10 กิโลเมตร เดินทางจากที่ว่าการอำเภอกุฉินารายณ์ไปตามถนนหมายเลข 2042 ประมาณ 2 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าถนนลาดยางประมาณ 6 กิโลเมตร ชาวบ้านบ้านหนองห้างมีการรวมกลุ่มกันทอผ้าฝ้าย ผ้าไหม และจักสานไม้ไผ่เป็นลวดลายผ้าขิด ฝีมือประณีตสวยงามมาก ผลิตภัณฑ์ได้แก่ กระเตาะ กระติ๊บ กระเป๋า และภาชนะต่าง ๆ


หมู่บ้านวัฒนธรรมผู้ไทยโคกโก่ง
เป็น หมู่บ้านขนาดเล็กอยู่เชิงเขามีชาวผู้ไทยอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ตั้งอยู่ตำบลกุดหว้า ได้รับคัดเลือกจากจังหวัดให้เป็นหมู่บ้านนำร่องในด้านการท่องเที่ยวเชิง อนุรักษ์วัฒนธรรมชาวผู้ไทย ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถพักแรมแบบโฮมสเตย์ เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตและประเพณีของชาวบ้าน เช่น พิธีบายศรีสู่ขวัญ พิธีเหยา (การรักษาผู้ป่วย) รับประทานอาหารพื้นบ้านแบบพาแลง ชมการแสดงศิลปพื้นบ้าน และเดินป่า
 กลุ่มทอผ้าไหมแพรวาบ้านโพน อยู่ ห่างจากจังหวัดกาฬสินธุ์ 70 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 227 ผ้าแพรวาเป็นผ้าไหมลายมัดหมี่ที่มีลายเอกลักษณ์เฉพาะตัวของกลุ่มทอผ้าชาวผู้ ไทยบ้านโพนแบ่งออกเป็น 2 ลาย ได้แก่ ลายหลัก และลายแถบ ส่วนสีของผ้าแพรวามิได้มีเพียงสีแดงเท่านั้น แต่มีการให้สีสันต่างๆ มากขึ้นตามความต้องการของตลาด เช่น สีครีม สีชมพูอ่อน สีม่วง สีน้ำเงิน สีเขียว เป็นต้น นับได้ว่าการทอผ้าแพรวาเป็นงานศิลปหัตถกรรมประเภทสิ่งทอที่หาได้น้อยแห่งใน ประเทศไทย



เป็นเขื่อนซึ่งสร้างปิดกั้นลำน้ำปาว และห้วยยาง มีบริเวณเขตติดต่อระหว่างตำบลลำปาว อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ตำบลหนองบัว อำเภอหนองกุงศรี และตำบลเว่อ อำเภอยางตลาด เขื่อนลำปาวเป็นเขื่อนดินสูงจากท้องน้ำ 33 เมตร สันเขื่อนยาว 7.8 เมตร กว้าง 8 เมตร เริ่มก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2506 สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2511 เพื่อปิดกั้นลำน้ำปาวและห้วยยางที่บ้านหนองสองห้อง ตำบลลำปาว อำเภอเมืองกาฬสินธุ์
 
 สถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าลำปาว
(สวนสะออน)
ตั้ง อยู่ใกล้กับอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว มีเนื้อที่ 1,420 ไร่ มีสภาพเป็นป่าเต็งรังหรือป่าแดงที่ค่อนข้างสมบูรณ์ มีสวนสัตว์เปิดที่มีสัตว์ป่าที่เป็นเอกลักษณ์ของสวนสะออน คือ วัวแดง ซึ่งเป็นสัตว์หายากมีอยู่มากกว่า 130 ตัว นอกจากนั้นยังมีสัตว์ชนิดอื่น ๆ ได้แก่ ชะนี ลิง นกชนิดต่าง ๆ ทั้งที่เลี้ยงไว้และนกที่มาตามฤดูกาล


แหลมโนนวิเศษ เป็น ผืนดินที่ยื่นเข้าไปในอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว ตั้งอยู่ที่ ตำบลโนนบุรี ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 6 กิโลเมตร  ถึงสี่แยกให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร จะพบแยกเลี้ยวขวาไปแหลมโนนวิเศษ 3 กิโลเมตร แหลมโนนวิเศษเป็นจุดชมพระอาทิตย์อัสดงที่สวยงาม นอกจากนั้นยังมีแพขนานยนต์ที่ใช้สัญจรข้ามฟากระหว่าง อำเภอสหัสขันธ์ กับ อำเภอหนองกุงศรี ซึ่งสามารถบรรทุกได้ทั้งรถ 6 ล้อ และ 4 ล้อ ครั้งละ 4-10 คัน ใช้เวลาข้ามฟากประมาณ 15–20 นาที
 วนอุทยานภูแฝก อยู่ ในท้องที่บ้านน้ำคำ ตำบลภูแล่นช้าง กิ่งอำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงห้วยฝา มีเนื้อที่ประมาณ 4,062.50 ไร่ กรมป่าไม้ได้ประกาศจัดตั้งเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2540

วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2554

10 อันดับ notebook ยอดนิยมที่สุด

อันดับที่ 1 ได้แก่ Apple มาถึงอันดับ 1 กันเสียที
เป็นของใครไปไม่ได้นอกจาก "Apple" ของเฮียจ๊อบ
คงไม่ต้องอธิบาย หรือ ลากแม่น้ำทั้งห้ามากล่อมให้หลงไหล
ทั้งดีไซน์ ทั้ง คุณภาพูดได้แค่ว่า "คับแก้ว" สาวกApple
เทใจช่วยกันโหวตผ่าน Toptenthailand.com
จนได้คะแนนถึง 14.89% ครับบบผม


อันดับที่ 2 ได้แก่ sony vaio ยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นไม่ยอมแพ้
ดั้นด้นมาจนถึงอันดับ 2 ได้จากการโหวตผ่าน
Toptenthailand.com ด้วยคะแนนถึง 11.43 %


อันดับที่ 3 ได้แก่ Hp หรือชื่อเต็มๆ Hewlett-Packard
นั้นเองเป็นยักษ์ใหญ่ด้านนี้เช่นเดียวกัน
ครองอันดับ3 ด้วยคะแนน 11.31 %
จากการโหวตผ่าน Toptenthailand.com ครับ

อันดับที่ 4 ได้แก่ Acer คงไม่มีท่านใดไม่รู้จักยี้ห้อนี้เป็นแน่แท้
เน้นขายของถูก เหมาะสม ระหว่างราคาและตัว notebook เอง
ถ้าท่านใดอยากได้ notebook ราคาประหยัด
ชื่อ Acer มาเป็นอันดับต้นๆแน่นอนครับ
ได้คะแนนไปถึง 10.94 % จาการโหวตผ่าน Toptenthailand.com

อันดับที่ 5 ได้แก่ Asus ชื่อนี้เป็นชื่อที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดี
ทั้งคุณภาพและความคุ้มค่าการใช้ งาน วัสดุ
เรียกได้ว่าถ้าจะซื้อ Notebook ซักตัว Asus ไม่หลุดโผแน่ๆ
ได้คะแนนไป 10.80 % จากการโหวตผ่าน Toptenthailand.com


อันดับที่ 6 ได้แก่ Dell ถ้าจะให้พูดถึง dell
นอกจากสุดยอดคุณภาพแล้ว ที่สุดยอดอีกอย่าง คงไม่พ้น
" ประกันเทพ " แน่นอน ได้รับคะแนนไป 10.48 %
จากการโหวตผ่าน Toptenthailand.com

อันดับที่ 7 ได้แก่ Toshiba ด้วยราคาที่อาจจะสูงซักหน่อย
แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพเกินราคาแน่นอน
สำหรับ Toshiba ได้คะแนนไป 8.84 %
จากการโหวตผ่าน Toptenthailand.com


อันดับที่ 8 ได้แก่ Lenovo เป็นแบรนจากจีน
ที่เข้าซื้อหุ้นของ Ibm ซะเกลี้ยงตัว เปลี่ยนชื่อมาเป็น Lenovo
ถึงชื่อจะน้องใหม่ แต่คุณภาพก็ได้จาก IBM มาเต็มๆละครับ
ได้คะแนนไป 8.42 % จากการโหวตผ่าน Toptenthailand.com


อันดับที่ 9 ได้แก่ Fujitsu 1 ในแบรนดังจากพี่ยุ่นคุณภาพไม่ต้องพูดถึง แต่ด้วยดีไซน์อาจจะไม่เข้าตาใครหลายคน
ได้คะแนนไป 6.71 % จากการโหวตผ่าน Toptenthailand.com


อันดับที่ 10 ได้แก่ Benq คงไม่ต้องพูดถึงมาก
คิดว่าทุกคนอาจจะเคยสัมผัสมาแล้ว
เรียกได้ว่าไม่ทำให้ผิดหวังเลยจริงๆ ได้คะแนนไป %
จากการโหวตผ่าน Toptenthailand.com